Dr.Cameron  Mclntyre  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดหลินจือแดง

กล่าวว่า

ทุกๆวันเราต้องเจอกับมลพิษต่างๆทั้งทางอากาศ  อาหาร  น้ำดื่ม 

โดยปกติร่างกายของเราก็จะพยายาม

ขับสารพิษเหล่านั้นออกมาให้มากที่สุด

แต่เมื่อเราบริโภคเครื่องดื่ม เช่น แอลกอฮอล์  คาเฟอีน  ยา  หรือสูบบุหรี่

ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการขับสารพิษลดลง 

เห็ดหลินจือแดงสามารถช่วยในกระบวนการนี้ได้ 

ด้วยการกระตุ้นการทำงานของตับ         

การค้นคว้าประโยชน์ของเห็นหลินจือแดง 

พบว่ามีสารที่สามารถรักษาโรคได้ถึง 150 ชนิด

โดยเฉพราะสารที่ชื่อว่า  โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide)

ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว 

เพื่อประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรคต่อต้านเชื้อไวรัส 

และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการกับไวรัส 

เชื้อรา  แบคทีเรีย  เซลล์ก่อมะเร็ง 

 นอกจากนี้ยังมี สารอะดิโนไซด์(Adenosine)

ช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสด้วย 

ดังนั้นการรับประทานเห็ดหลินจือแดง

จะเป็นการบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงแล้ว

ยังเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ให้แก่ร่างกายอีกทางหนึ่ง

 

 

 

Credit :: น.ส.กาญจนาภรณ์  แสงแก้ว

การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นแผลเรื้อรัง

เมื่อผู้ป่วยมีอาการเป็นแผลตามแขนขาซึ่งเป็นแผลที่รักษาไม่หาย

อาจจะต้องตัดอวัยวะส่วนที่เป็นแผลทิ้ง Jacob รักษาโดยวิธีธรรมชาติบำบัดอย่างง่ายๆ

 ด้วยการให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานใช้

รับประทาน raw diet (อาหารดิบ น่าจะหมายถึงผักผลไม้สด)

ใช้สมุนไพร tamaric root (พืชเป็นหัวใต้ดินตระกูลขิงข่าขมิ้น)

และ น้ำเย็น ล้างแผล วันละ 2 - 3 ครั้ง

แล้วให้ผู้ป่วยตากแดด เน้นเรื่อง การตากแดด

แผลนั้นก็จะค่อยๆแห้ง และ ยุบจนกระทั่งแผลหาย

  

 

Credit  ::  http://www.dtam.moph.go.th/alternative/viewstory.php?id=37

 

ใครที่ไม่อยากมีแผลเป็นจากการลูกน้ำร้อนลวกฟังทางนี้

มีวิธีรักษามาบอก

 

          เริ่มแรกนำไข่ไก่มา 1 ฟอง ตอกใส่ในถ้วย แล้วแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว จากนั้นนำไข่ขาวมาทาบริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวกให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพัก จนกว่าจะแห้ง เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด รอยแผลแดง หรือพุพองก็จะหายไป

 

          ข้อแนะนำ ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้แผลโดนน้ำเย็น หรือแคะแกะ เกา แผลเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนังถลอก

 

          รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่ไม่อยากเป็นแผลเป็น ลองนำวิธีที่แนะนำไปใช้กันดูได้

 

 

 

 

 

 

 

 

Credit :: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 วิภาพร สายศรี แพทย์อายุรเวทประจำคลินิก แนะเคล็ดลับบรรเทาความปวดเมื่อยแบบง่ายๆ 5 ประการ ดังนี้

  1. เวลาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ให้วางแขนตั้งแต่ศอกลงไปถึงข้อมือไว้บนโต๊ะ ถ้าทำงานเพลินเกิน 2 ชั่วโมง ควรหยุดพักแล้วผ่อนคลายด้วยการยืดกล้ามเนื้อประมาณ 10 นาที
  2. เลือกใช้กระเป๋าถือใบเล็ก บรรจุของเท่าที่จำเป็น ถ้ามีเอกสารหรือของใช้จำเป็นที่มีน้ำหนักควรใช้กระเป๋าแบบล้อลากแทนการถือกระเป๋าที่มีน้ำหนักมาก
  3. เวลานั่งเก้าอี้สำนักงาน ควรมีหมอนรองบริเวณแผ่นหลัง เพื่อป้องกันการปวดหลัง
  4. เมื่อมีอาการปวดเมื่อย ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ ควรใช้วิธีการบริหารกล้ามเนื้อ  ด้วยการว่ายน้ำ  โยคะ
  5. สังเกตตัวเอง ถ้าพบว่าเมื่อยบ่อยๆ พบผู้เชี่ยวชาญดูสักที อย่าปล่อยให้มีอาการปวด
 ใครปวดต้นคอ หลัง และไหล่ เอามือลงแล้วเริ่มต้นหยิบของหนักๆ ออกจากกระเป๋าถือก่อนเป็นไร แล้วค่อยทำอีก 4 ข้อตาม...

 

 

 

Credit :: สำนักข่าวเนชั่น